วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19

            เมื่อพูดถึงการระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 เรียกว่าขณะนี้กำลังเข้าขั้นวิกฤติเลยทีเดียว สำหรับประเทศไทยของเรา เพราะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นหลายพันคนต่อวัน ทำให้การระบาดนี้ ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่ทุก ๆ คนเป็นอย่างมาก ทั่วโลกต่างต้องรับมือกับการป้องกัน และรักษาโรคที่มาจากเชื้อไวรัสซึ่งได้อุบัติใหม่ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น เราจึงอยากให้ทุกคนรู้จักกับ วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อจากคนรอบข้าง และเป็นการป้องกันการแพร่เชื้ออีกด้วย

โควิด-19 แพร่กระจายเชื้อได้อย่างไร ?

            เรียกได้ว่า การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสนี้ สามารถติดต่อกันได้ง่าย และรวดเร็วมากเลยนะคะ ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 โดยสามารถกระจายได้ ทางละอองฝอย ผ่านการไอจามรดกันในระยะ 1-2 เมตร ทางการสัมผัส ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เช่น น้ำมูก น้ำลาย ทั้งโดยทางตรง หรือทางอ้อม ผ่านพื้นผิวสัมผัสที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู ราวจับ สำหรับสิ่งคัดหลั่งอื่น เช่น อุจจาระ พบว่ามีโอกาสแพร่เชื้อได้น้อยมาก ทางอากาศ พบในบางกรณี เช่น ผู้ป่วยไอมาก ใกล้ชิดผู้ป่วยในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การทำหัตถการที่ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของละอองฝอยขนาดเล็ก ได้แก่ การดูดเสมหะ การใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นต้น

วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19

วิธีดูแลตัวเองเพื่อรับมือกับโควิด-19

1. ล้างมือบ่อย ๆ

            การล้างมือ เป็นการชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับมือเราให้ออกไป ซึ่งการล้างมือให้ถูกวิธี ก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ขั้นตอนด้วยกัน เริ่มจากขั้นที่ 1. คือ การล้างมือโดยใช้ฝ่ามือถูกัน 2. ใช้ฝ่ามือถูหลังฝ่ามือและซอกนิ้ว 3. ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกนิ้ว 4. ใช้หลังมือถูฝ่ามือ 5. ใช้ฝ่ามือถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบ 6. ใช้ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ และ 7. คือการใช้ฝ่ามือถูรอบข้อมือ ซึ่งการล้างมือนั้นสามารถใช้สบู่ทั่วไปในการฆ่าเชื้อไวรัสนี้ได้

2. อยู่ห่างระยะ 2 เมตร

            จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า เชื้อไวรัสโควิด 19 นั้น สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้จากการไอ หรือจาม ดังนั้น การรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันละอองฝอยที่มาจากการไอ หรือจามของผู้อื่นจึงสำคัญ ซึ่งระยะห่างที่ปลอดภัย คือ 2 เมตร เพราะละอองฝอยที่มาจากการไอ หรือจามสามารถกระจายได้ในระยะ 1 เมตร

3. สวมใส่หน้ากากอนามัย

            หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอกบ้าน หรือต้องพบปะกับผู้อื่น เรายังสามารถใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อการป้องกันที่ดียิ่งขึ้น คือ หน้ากากอนามัย แต่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันเราจากไวรัสได้ก็ต่อเมื่อเราใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี วิธีการที่ถูกต้องในการสวมหน้ากากอนามัย คือ ล้างมือก่อนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อสวมใส่ให้นำด้านสีเข้ม หรือด้านที่ความมันวาวออกด้านนอก เพราะด้านนั้น จะเป็นด้านที่กันน้ำหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้ เวลาใส่ควรให้หน้ากากคลุมให้ปิดจมูก ปาก และคาง และคล้องหูให้พอดี กดลวดให้เข้ากับรูปสันจมูก เมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้ว ควรทิ้งในภาชนะที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และควรล้างมือทันที เพราะอาจมีเชื้อไวรัสติดอยู่ที่มือของเราร่วมด้วย

            การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอาจมีเชื้อโรคติดอยู่ ก็ใช่ว่าเราจะสามารถทิ้งแบบปกติได้ทันที ซึ่งวิธีการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ คือ การพับ ซึ่งการพับนั้นจะต้องพับครึ่งหนึ่งของหน้ากาก จัดสายคล้องหูให้เรียบร้อย พับครึ่งหน้ากากต่ออีก 2 ทบ และเอาใส่คล้องหูนั้นรัดเอาไว้ และนำไปทิ้งภาชนะที่มีฝาปิด

สวมใส่หน้ากากอนามัย

4. การเตรียมตัว เมื่อจำเป็นต้องเดินทาง

            สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่เดินทางในช่วงเวลานี้ แต่ก็มีจำนวนคนไม่น้อย ที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทางอยู่ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากเจ้าไวรัสนี้ ต้องเริ่มจากการพกหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์เจลติดกระเป๋าไว้อยู่ตลอด หมั่นสังเกตคนรอบข้าง รวมถึงตัวเอง

            หากมีอาการน่าสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ควรสวมหน้ากากอนามัยในทันที หากมีการเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้วพบว่าตัวเองมีอาการน่าสงสัยภายใน 14 วัน เช่น อาการไอ มีไข้ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบสวมหน้ากากอนามัย และไปพบแพทย์ สิ่งที่ควรทำเป็นประจำเสมอระหว่างเดินทาง คือ การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงสถานที่แออัด เต็มไปด้วยผู้คน ไม่สัมผัสสัตว์ป่วยหรือตาย ในขณะทีสิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การสัมผัส หู จา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หรือการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ช้อน เป็นต้น

ทิ้งท้าย

            ทั้งหมดนี้ก็เป็น วิธีการดูแลตัวเอง ให้ปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยสถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ทุก ๆ คนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ การสังเกตตัวเองให้ดีว่ามีอาการใดที่บ่งบอก หรือน่าสงสัยในการติดเชื้อ เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่สงสัยติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้รีบพบแพทย์และแจ้งข้อมูล ประวัติการเดินทางด้วยข้อเท็จจริง เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไป ยิ่งรู้ว่าตัวเองนั้นติดเชื้อได้เร็ว วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ เพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อก็ทำได้ดีมากขึ้น